Picture-1.jpg picture by munez30

 

จำได้ว่าตอนเด็กๆ ไกล้ถึงวันแม่ทีไรคุณครูก็มักจะให้นักเรียนเขียนเรียงความส่งประกวดประชันกันในโรงเรียน ผมก็ส่งทุกปีแต่ไม่เคยได้รับแม้แต่รางวัลชมเชย จนตอนนี้เรียนมหาลัย ไมได้เขียนเรียงความมานานแล้ว ตอนนี้ผมถือโอกาสเขียน "ความเรียง" แทน "เรียงความ" ก็แล้วกัน ผมไม่ต้องการรางวัลชมเชยแล้ว ผมต้องการให้แม่ชื่นใจก็พอ

ถ้าพูดถึงแม่ ใครๆก็รักแม่ด้วยกันทั้งนั้น จะมีใครหาญกล้าบอกว่าไม่รักแม่ ก็ดูจะเป็นลูกอกตัญญูเกินไป จริงไหม?

แม่ของผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาครึ่งชีวิต ค่อนชีวิตแรก-แม่ถูกเลี้ยงดู ค่อนชีวิตหลัง-แม่เป็นผู้เลี้ยงดู เวลาเปลี่ยนสถานะเปลี่ยน จากลูกเป็นแม่ จากแม่เป็นยาย แต่ชีวิตของใครก็ไม่สำคัญ เท่าเราใช้มันให้คุ้มค่าที่ได้เกิดมากน้อยแค่ไหน

การเติบโตของผมแลกมากับความเหนื่อยล้าและร่วงโรยของแม่ และมันหมายถึงความไกลห่างของอายุที่เพิ่มขึ้นตามลำดับแต่ผมคิดว่า ไม่ว่าเราจะโตสักแค่ไหน เราก็ยังเป็นเด็กสำหรับแม่อยู่วันยันค่ำ

หากเปรียบแม่เป็นต้นไม้ใหญ่สักต้นหนึ่ง กิ่งก้านหนาตา ผลิดอกออกผล มีรากที่มั่นคง และมีแก่นของลำต้นที่แข็งแรง ผมก็คงเป็นเพียงแค่ดอกไม้ต้นเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ร่มเงา หลบหลีกเม็ดฝน พายุ ลม ที่โหมกระหน่า บดบังแสงแดดที่แผดจ้า

ต้นไม้ใหญ่จะเป็นป้อมปราการทางด้านร่างกายและจิตใจให้ดอกไม้ต้นเล็กๆอยู่เสมอ เพื่อหวังว่าสักวันดอกไม้ต้นนี้จะเติบโตชูช่อสง่า เกษรแบ่งบาน และดูแลตัวเองได้ถ้าวันหนึ่งต้นไม้ใหญ่ต้องถูกตัดหรือล้มตาย

ถ้าเป็นไปได้ผมอยากหยุดเวลาให้ผมเด็กและให้แม่อยู่กับผมตลอดไป

แต่ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย เราไม่สามารถกำหนดหรือเขียนบทให้มันเป็นไปอย่างที่เราต้องการได้ เราทำได้แค่เพียงรักและดูแลแม่ให้ดีที่สุด และเก็บแม่ไว้ในความทรงจำตลอดไป..เราคงทำได้แค่นั้น และยอมรับความเป็นจริงหรือชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

ผมไม่เคยบอก 'รัก' แม่อย่างเป็นจริงเป็นจังเลย แต่กลับกันผมเคยบอก 'รัก' ผู้หญิงหลายคน วันละหลายรอบ อย่างเป็นจริงเป็นจัง คงด้วยเพราะความเขินอายที่ผมเป็นผู้ชาย วันนี้ผู้หญิงพวกนั้นจากผมไปแล้ว แต่แม่ของผมยังคงอยู่

ผมได้เรียนรุ้ว่าไม่ว่าจะมีผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตสักกี่คน ไม่มีใครที่จริงแท้และแน่นอนเท่าแม่ของผม อย่างน้อยแม่ก็ไม่เคยโกหกหรือทิ้งผมไปไหนไกล แม่ยังปลักใจไว้ที่ผมเหมือนเดิมไม่มีแปรเปลี่ยน-ผมก็เช่นกัน

แต่ในวันแม่ของทุกปีผมจะเอาพวงมาลัยไปกราบและกอดแม่ แล้วก็จะขอโทษแม่ในเรื่องราวต่างๆตลอดไปที่ผ่านมา แม่ก็จะตอบเสมอว่า ไม่เปนไร ลูกเป็นลูกที่ดีของแม่ได้เท่านี้แม่ก็ภูมิใจแล้ว ลูกไม่ต้องดีที่สุดแต่ลูกรักดีก็เพียงพอ

ยิ่งเมื่อหลายวันก่อนขี่มอไซค์กลับบ้าน รถติดไฟแดง แว่วเสียงเพลงเข้าสู่รูหู ขี่รถต่อไปได้สักพัก ผมก็ฮัมเพลงที่ได้ยินคลอเสียงรถบนท้องถนนไปได้สักพัก น้ำตาผมก็ไหล ทั้งที่ฝนก็ไมได้ตก กระจกหมวกกันน็อคก็ปิด ไม่มีฝุ่นผงและควันไอเสียหรือแมลงมาปะทะหน้าผมได้

ผมร้องให้เพราะเพลงที่ผมได้ฟัง เพลงธรรมดาเพลงหนึ่งที่ไมได้ขึ้นชาร์ทชัลแนลวีหรือฮ็อตเวพ แต่เป็นเพลงที่ทำให้ผมร้องให้ได้ทุกครั้งไปที่ได้ฟัง นั่นก็คือเพลงอิ่มอุ่มของพี่ศุ บุญเลี้ยง

ขอบคุณครับพี่จุ้ยที่แต่งเพลงนี้มอบเป็นของขวัญให้กับแม่ทุกคน

แม่เกิดวันพฤหัสบดี ผมเกิดวันพุธ, แม่เกิดเลขคี่ ผมเกิดเลขคู่,

แม่ชอบตื่นเช้า ผมชอบตื่นสาย, แม่ชอบไปวัด ผมก็ไปถือของให้แม่,

แม่เคยเป็นครู ผมเคยเรียนรด., แม่ไม่มีความฝัน ผมฝันอยากเป็นนักเขียน,

แม่ไม่ชอบหน้าหนาว ผมไม่ชอบหน้าร้อน, แม่ไม่ชอบที่คนเยอะๆอึดอัด ผมก็ด้วย,

แม่เรียนจบปวส. ผมกำลังจะเรียนจบปริญญาตรี, แม่เคยทำไร่ทำนา ผมเกิดไม่ทัน,

แม่เป็นพนักงานคีย์ข้อมูล ผมเรียนโฆษณา, แม่ชอบทำกับข้าว ผมชอบอ่านหนังสือ,

แม่ชอบกินแกงเลียง ผมชอบกินแกงหมูฟักทอง, แม่ชอบกินกล้วยบวชชี ผมชอบกินบัวลอยแก้ว,

แม่ชอบกินกาแฟ ผมชอบกินเป็ปซี่, แม่ชอบกินเส้นใหญ่ราดหน้า ผมชอบกินกระเพราหมูกรอบ-ไข่ดาวสุก,

แม่ชอบกินเปรี้ยว ผมชอบกินหวาน, แม่เกลียดคนโกหก ผมก็เหมือนกัน

บางเทอมแม่ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ชักหน้า