Please Peace Me project/วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551/หอศิลป์ฯกรุงเทพ

วันที่ 21 กันยายนของทุกปี รู้ไหมว่าเป็นวันอะไร? คำตอบคือเป็นวันสันติภาพสากลครับ คนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ อาจเพราะไม่ได้ติดตามข่าว ไมได้สนใจ หรือคิดไปว่ามันก็แค่วันหนึ่งวันเท่านั้น เหมือนวันวาเลนไทน์ของฝรั่งแช่บ๊วย และวันไหว้พระจันทร์ของชนชาติจีนผู้ยิ่งยง

เล็กๆ น้อยๆ, สำหรับประเทศไทย สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง-สำหรับคนหนึ่งกลุ่ม ที่ไม่ปล่อยให้วันสำคัญนี้ผ่านไปกับกาลเวลา เนื่องจากปีนี้ จะเป็นการครบรอบ 50 ปี ของการถือกำเนิดของสัญลักษณ์สันติภาพ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2501(แม่ผมเกิดพอดี) จากการออกแบบของ เจอรัลด์ ฮอลทอม โดยแรกเริ่มถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม Direct Action Committee Against Nuclear War และกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในความหมายถึงการเรียกร้องสันติภาพและการต่อสู้ในแนวทางอหิงสาอีกด้วย น่าชื่นชมครับ

กลุ่มภาพยนตร์ชูใจ ร่วมกับ กลุ่ม Siam Independent Documentary นำทีมโดยคุณตั้ม-พัฒนะ จิรวงศ์ และกลุ่ม Making A Flower Film มองเห็นความสำคัญของโอกาสดังกล่าว และจะใช้โอกาสนี้ เป็นช่องทางในการรณรงค์ผ่านสื่อภาพยนตร์ เพื่อให้ผู้คนมองเห็นคุณค่าของการมีสันติภาพในโลก อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขต่อไป โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานศิลปิน นักทำภาพยนตร์ และผู้ที่สนใจทั่วไป ในการทำภาพยนตร์สั้นในหัวข้อสันติภาพ และเป็นผู้ดำเนินการติดต่อสถานที่ฉายภาพยนตร์ และประชาสัมพันธ์การจัดงานแก่ประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ เงินรายได้ที่เกิดจากโครงการทั้งหมด จะมอบให้องค์การสหประชาชาติ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ความรุนแรงทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

....

จาก 50 ผู้กำกับสู่ 50 ภาพยนตร์สั้นเพื่อสันติภาพโลก ไปตามหา "ศัญ-ฏิ-พาบ" ที่ถูกต้องกับผมไหมครับ? ถ้าสนใจเชิญตามมาได้เลยครับ ขอให้เพลิดเพลิน :)

ผู้จัดงานกล่าวคำทักทายพร้อมคำขอโทษ, เพราะงานค่อนข้างฉุกละหุก ติดๆ ขัดๆ ไปนิด แต่ผู้ชมก็ตั้งตารอชมอย่างใจจดใจจ่อราวกับนี่เป็นพิธีประกาศรางวัลออสก้าของไทย, เริ่มต้นจากการแสดงระบำร่ายรำของเด็กน้อยจากภาคใต้ เสร็จแล้วน้องเขาให้พี่ๆ ทั้งหลายนั่งสมาธิ แล้วน้องเขาก็พูดไปเรื่อย จนเราคล้อยตามเสียง น้องเขาบอกว่าที่โรงเรียนคุณครูให้ทำแบบนี้ทุกวัน หลังจากการสาดซัดของผู้ที่มีนามว่าซึนามิ ผมหลับมาพริ้มด้วยภาพในหัวและลืมตาพร้อยด้วยรอยยิ้ม :) 

จากนั้นนายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกคนที่ 18 ของประเทศไทย ได้เดินทางมาเปิดพิธีด้วยตนเอง ท่านพูดถึงงานในครั้งนี้และวิถีชีวิตของคนในอดีต ที่บ้านเมือง(ค่อนข้าง)สงบสุขกว่านี้ ท่านให้แง่คิดปิดท้ายได้ประทับใจผมว่า "ประเทศที่จะมีสันติภาพนั้น ต้องเริ่มจากคนในประเทศมีสันติธรรมเสียก่อน"

หนังถูกแบ่งย่อยเป็นสองพาส พาสแรกคือ Please peace me พาสที่สองคือ Peace please me, หลังจากหนังพาสแรกทั้ง 23 เรื่องจบลง ก็ถูกคั่นโฆษณาด้วยการเสวนาของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์-กวีซีไรต์, คุณนนทรีย์ นิมิบุตร-ผู้กำกับร้อยล้าน, พี่ตั้มหัวหน้างาน, และพิธีกรอีกหนึ่งคน หลักใหญ่ใจความก็พูดๆๆ เรื่องสันติภาพ การใช้ชีวิต และปิดท้ายด้วยกลอนของคุณเนาวรัตน์ ได้อย่างสวยงามตามแบบฉบับของ 'สันติ' ใน 'ภาพ' ของผู้แต่ง

หนังพาสที่สองอีก 28 เรื่องเริ่มแล้วครับ :) 00.04.32....00.38.12.... ""

 

หนังจบแล้วครับ ทีมงานถ่ายภาพกันหน่อย ผมทำตัวเนียนสวมรอยเป็นสื่อมวลชนซะเลย :)

สันติภาพของผมมีหนึ่งสันติภาพ สันติภาพของคนไทยมีหกสิบล้านสันติภาพ แต่ทำไมเราไม่เคยมีสันติภาพจริงๆ สักครั้ง

น่าแปลกที่คนอย่างอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการของเยอรมนี ผู้ฝักใฝ่ค