อย่างที่รู้กันดีว่า พิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอ เป็นค่ายหนังที่ผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ สัญชาติพี่กัน พิกัดตั้งอยู่ที่เมืองเอเมอรีวิลล์ จังหวัดแคลิฟอร์เนีย โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลเป็นอย่างดีจาก วอลท์ดีสนีย์ บริษัทหนังยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ด้วยวิธีแลกหุ้นเป็นมูลค่ากว่า 7.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ!!

พิคซาร์เองก็ถือได้ว่าเป็นสตูดิโอที่สร้างสรรค์งานอนิเมชั่นด้วยระบบดิจิตอลแห่งแรกของโลก การมาร่วมงานกับดีสนีย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญกับหนังแอนิเมชันโดยเฉพาะจึงถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัวเป็นอย่างมากจนถึงตอนนี้ได้สร้างหนังออกมาแล้วทั้งหมด 10 เรื่องด้วยกัน เราไปดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรบ้าง..

....  ....

1. TOY STORY (1995)

ทอยสตอรี่เป็นหนังประเภทบัดดี้คอเมดี้ คือหนังตลกแนวคู่หู มีการเล่าเรื่องราวผ่านของเล่นที่มีชีวิตจิตใจ โดยมีเด็กคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ในเวลาที่เค้าอยู่กับมัน ของเล่นเหล่านั้นก็เหมือนของเล่นปกติธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อมันต้องอยู่กันเองตามลำพัง เรื่องราวอันสนุกสนานของผองเพื่อนของเล่นก็ตามมาในที่สุด

ความประทับใจแรกเกิดขึ้นที่องค์ประกอบของหนังที่ใช้เทคโนโลยีได้อย่างตื่นตาตื่นใจและคาแร็คเตอร์ของตัวละครต่างๆ ที่จดจำได้ง่าย เหมือนมิคกี้เมาส์ เอเรียล อาละดิน หรือซิมบา ทำให้แอนิเมชั่นเรื่องแรกสุดของค่ายโคมไฟดึ๋งดั๋ง กวาดรายได้ไปทั้งสิ้น 191.8 ล้านเหรียญสหรัฐ!! ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหม่ของวงการแอนิเมชั่นจนเป็นที่รู้จักของผู้ชมท่วทั้งโลก

....  ....

2. A BUG'LIFE  ตัวบั๊กส์ หัวใจไม่บั๊กส์ (1998)

กลับมาคราวนี้ดีสนีย์และพิกซาร์จะพาไปพบกับตัวละครอันแสนน่ารักที่เป็นมดและแมลงหลากหลายประเภทบวกกับมุขที่ตลกขบขัน กับเรื่องราวที่นำแนวคิดมาจากนิทานอีสปอันแสนคลาสสิค เกี่ยวกับตั๊กแตนจอมนักเลงที่มาขออาหารจากมดในฤดูหวานอันยาวไกล บรรดาพวกมดจึงต่อต้านพวกตั๊กแตนเกเรเหล่านี้ และยังได้รับแรงสนับสนุนจากพรรคพวกแมลงอีกหลายชนิด โดยได้ทีมผู้สร้างเดียวกับทอยสตรอรี่มาทำหน้าที่เดิม เมื่อหนังเริ่มฉายทั่วอเมริกาในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า สามารถทำรายตลอดระยะเวลาการฉายในอเมริกาถึง 162.8ล้านเหรียญสหรัฐนอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ไปโผล่ในหนังสามมิติเรื่องพิเศษชื่อว่า ‘It's tough to Be a Bug’ ที่จัดฉายประจำอยุ่ในสวนสนุกในส่วนของAnimal Kingdo แลนด์ฟลอริดาอีกด้วย

....  ....

3. TOY STORY 2 (1999)

4 ปีถัดมาดิสนีย์และพิกซาร์ก็ได้ส่งทอยสตรอรี่ภาค 2 เข้าประกวดบนเวทีแอนิเมชั่นอีกครั้ง แน่นอนว่าความสำเร็จที่เข้ามาหาเกิดจากรายได้และคำวิจารณ์เป็นเสียงตอบรับได้อย่างดี ชื่อเต็มของเรื่องคือ ‘Toy Story2:Collector's Item’ ตอนแรกเกือบจะได้ออกขายเป็นวีดีโอเท่านั้น แต่ดีสนีย์เชื่อมั่นหนังที่ดีอย่างทอยสตรอรี่ควรฉายที่โรงภาพยนตร์เท่า