lifeonmyways

1.

เมื่อวานมีคนชวนผมไปปล่อยปลา  เราตกลงกันว่าจะไปวันนี้และไปต่อกันที่งานอะบุ๊คแฟร์  เพื่อเพลินไปกับการซื้อหนังสือและการดูมินิคอนเสิร์ต  แถมยังมีโอกาสได้เจอสาวกเอ็กซ์ทีนเนี่ยนอีกจำนวนหนึ่ง  แต่แล้วผมก็ต้องมานั่งจับเจ่าอยู่หน้าคอมพ์อย่างเหงาๆ

ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากไป  แต่ผมไปไม่ได้

2.

เมื่อ 24 ชั่วโมงก่อน  ผมโดนรถชนครับ!!

ก่อนสี่ทุ่มไม่กี่นาที  ผมจะเอาวีดีโอไปคืน  พอขี่มาถึงทางแยกเท่านั้นแหละมือตบไฟขวา  ตามองป้ายร้านที่อยู่อีกฝั่งประมาณ 40 เมตร  แค่กระพริบตาไม่กี่ครั้ง  ผมก็เห็นแสงสีขาวพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงโครมตูมใหญ่  อีกไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ลงไปกลิ้งพร้อมกับมอไซค์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนถนน  ยังโชคดีที่ผมสวมหมวกกันน็อค

แสงสีขาวที่ว่านั่นก็คือฮอนด้าซีวิกสีขาวกระจกทึบดำ  คนขับเลื่อนกระจกลงมาครึ่งนึงแล้วมองมายังผม  สักพักเขาก็เปิดประตูรถสาวเท้าก้าวลงมา  เดินเข้ามาหาทันที  ผมจำประโยคแรกที่เขาพูดได้ขึ้นใจ

คุณขี่รถประสาอะไรเนี่ย!”

อ้าวพี่ ผมกำลังรอเลี้ยวขวาอยู่นะ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ

แล้วทำไมคุณไม่เขยิบออกไปหน่อยล่ะ

ผมอยู่ในเลนของผมนะครับ พี่ขับรถค่อมเลนมาชนผมเอง ทำให้ผมเจ็บเนี่ยเห็นมั้ย!”

ผมกับเขาเถียงกันอยู่กลางถนน  ท่ามกลางสายตาของไทยมุงหย่อมหนึ่ง  เขาเริ่มไม่พอใจ  ผมก็ฟิวส์ขาดแล้วเวลานั้น  เขากำหมัดจะเข้ามาทำร้ายผม  แต่แฟนเขาตามมาห้ามได้ทัน  แม้ในใจผมอยากกระโดดถีบหน้าเขามากแค่ไหน  แต่ตอนนั้นผมคงไม่มีแรงพอที่จะทำแบบนั้น  เพราะขาผมเจ็บจนแทบจะยืนไม่ไหว

เธอคนนั้นดึงเขาออกไป  วินมอไซค์แถวนั้นเดินเข้ามาหาผมและโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านผม

ไม่นานหน่วยกู้ภัยก็มา  ทันทีที่รถจอด  มีชายฉกรรจ์หน้าตาไม่น่าไว้ใจพยุงผมขึ้นไปนั่งอยู่บนฟุธบาตและทำแผลให้ เขาพูดกับผมว่า  ทนหน่อยนะน้อง  คืนนี้ปวดแน่ๆ ไปโรงพยาบาลป่าว ผมยิ้มตอบกลับไปว่า  ไม่เปนไรครับพี่ เดี๋ยวผมรอพ่อกับแม่มาก่อน

ไม่กี่อึดใจกับความเจ็บปวด  พ่อกับแม่ผมก็มาถึง  แม่รีบเข้ามาหาผมและพูดว่า  เจ็บมากไหมลูก ส่วนพ่อก็รีบไปคุยกับหน่อยกู้ภัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

แล้วตำรวจก็เดินทางมาถึง(เป็นคนสุดท้าย)เยี่ยมจริงๆ ตำรวจคนนี้ยศน้อยบอกว่าต้องรอร้อยเวรลงบันทึกประจำวันก่อน  ตอนนี้ก็เคลียกันไปก่อนแล้วกันว่าจะเอายังไง

พี่ครับ  จะเอายังไงมาเคลียดิ  อย่าไปยืนหลบอยู่หลังผู้หญิงแบบนั้น ใช่  น้ำเสียงแรกเป็นของผม

เขารีบเดินตรงมายืนจ้องหน้าผม  หลบหลังผู้หญิงอะไร!”  ผู้หญิงคนนั้นคือแฟนของเขา  ผมสั้นเสื้อยืดสีขาว  เกงเกงยีนส์ขาสั้น  รองเท้าแตะ

พี่ขับรถชนผม  วินมอไซค์เขาเห็นกันหมด  แล้วพี่ยังไม่ยอมรับอีก  ขอโทษก็ไม่มีซักคำ

วินมอไซค์อะไรน้อง  พูดให้มันดีๆ หน่อย ชายคนนี้หน้าเหมือนเจ็กกบถ  ผมสั้น  หน้าเหลี่ยม  แต่งตัวดีดูมีตระกูล ใส่รองเท้าแบรนด์เนมมี่ห้อดัง

เห็นผมแต่งตัวอย่างนี้  คิดว่าผมไม่มีการศึกษาหรือไง ส่วนผมแต่งต่างกับเขาโดนสิ้นเชิง  ชุดฟุตบอล  รองเท้าแตะ

แล้วคุณรู้มั้ยว่าผมจบอะไร!”  ประโยคนี้มันช่างคุ้นหูเนอะ

ตอนนี้ต่างคนต่างเดือด  ผมอยากชกหน้ามันต่อหน้าพ่อกับแม่มาก  แต่ผมรู้กฎหมายดีว่าถ้าทำไปจะโดนข้อหาอะไร ที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะอยากให้พ่อแม่รู้ว่าชายคนนี้มีลักษณะอย่างไร

พ่อบอกว่าใจเย็นๆ รอร้อยเวรมาก่อน  แม่ผมส่ายหน้าและบอกว่า  ลองมาชกลูกกูดิจะฟ้องแม่งเลยขึ้นศงขึ้นศาลก็เอา

วินมอไซค์ที่เห็นเหตุการณ์บ่นกันอุบว่า  อย่างนี้แม่งต้องโดนลูกปืน

พ่อค้าขายเกี๋ยวเตี่ยวลูกชิ้นปลาก็พูดว่า  ถ้าเป็นผมนะผมชกมันไปนานแล้ว

และแล้วรวยเวรก็มาเรียกไปไกล่เกลี่ยคนละทีในป้อมยาม  เขาบอกว่าผมกับคู่กรณีให้ความไม่ตรงกัน!”  อ้าวอย่างนี้หาว่าที่ผมพูดไปโกหกหรอครับ แม่กระซิบเข้าหูว่า  เจอคนรวยต้องทำใจลูก  อย่างนี้แหละ  ผมยิ้มทั้งน้ำตาเลย ค่าของเงินมันวัดกันที่ตรงนี้หรอไง!

สุดท้ายประกันก็มาเคลม  ตกลงค่าเสียหายของรถและค่ารักษาพยาบาลกันและให้ไปเบิกที่บริษัทประกัน  พ่อกับแม่ก็บอกว่าถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน  ส่วน  มัน ก็กลับไปกับ  คนของมัน  อย่างไม่เหลียวมอง

3.

จากนั้นพ่อกับแม่ก็โบกแท็กซี่พาไปศิริราชทันที

พอไปถึงตึกอุบัติเหตุ  ตอนนั้นผมปวดขามากเพราะมันช้ำใน  ผมเลยได้นั่งรถเข็นครั้งแรกในชีวิต  เข้าไปดูแผลกันอีกรอบและหมอให้เอ็กซเรย์  ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจคือไม่มีเลือดคลั่งหรือกระดูกหักแต่อย่างใด

ระหว่างที่พยาบาลกรอกประวัติผมและสอบถามอาการว่าไปโดนอะไรมา  ผมก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

ประโยคสุดท้ายที่ผมได้ฟัง  พยาบาลพูดประมาณว่า  แฟนเค้าเป็นผู้ชายหรือป่าวค่ะ

ทั้งเธอและผมต่างหัวเราะเป็นเสียงเดียวกัน..

,,,, ,,,,

แถม!!

นี่คือเรื่องราวที่ผมถูก 'คนอื่น' เขียนให้

วันนี้แม่ผมต้องลางานเพื่อพาผมไปทำแผลที่โรงพยาบาล,  ค่าแท็กซี่ไปกลับ 2 วัน 400 บาท  ซึ่งต้องจ่ายเองเพราะไมได้อยู่ในข้อตกลง,  มันอาจจะเป็นเงินไม่มากสำหรับบางคน  แต่ซื้อกับข้าวให้ครอบครัวผมได้หลายมื้อ,  ผมต้องเดินกระเผกโยกเยกไปหลายวัน  กว่าจะหายดีและเตะบอลได้คงหลายเดือน,  ถ้า 'มัน' เอ่ยคำขอโทษผมตั้งแต่ทีแรก  เรื่องราวในเอนทรี่นี้จะเปลี่ยนแปลงไปทันที

.... ....

นี่คือเหตุผลว่าทำไม  ผมถึงเกลียดคนที่  'ดูถูก'  ความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น  โดยไม่เคยคิดที่จะ  'ดูแล'  คุณค่าของตัวเอง

,,,, ,,,,

ปล. ผมขออโหสิกรรมให้ 'มัน' ชายผู้ที่ไม่รู้จักคำว่า 'ลูกผู้ชาย'

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..